ลงชื่อเข้าใช้

แนวปฏิบัติที่ดี (Good Practices) การบูรณาการการจัดการความรู้สู่ชุมชน และประชาคมอาเซียน ระดับอุดมศึกษา


 “ การบูรณาการการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม” 
ชื่อเรื่อง/แนวปฏิบัติที่ดี: สหวิธีการบูรณาการการจัดการความรู้คู่สังคมพหุวัฒนธรรม นาสู่ประชาคมอาเซียน 
ชื่อ-นามสกุลผู้นาเสนอ: อาจารย์อุบลทิพย์ ไชยแสง 
ชื่อสถาบันอุดมศึกษา : วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา 
หน่วยงาน : กลุ่มงานพัฒนานักศึกษา ทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม 
เบอร์โทรศัพท์ : 073 -212863 ต่อ 453 เบอร์มือถือ 089 – 4636605, 087-2991409 
เบอร์โทรสาร : 073 - 213234 
E-mail address: ubontip20@hotmail.com 

1. บทสรุปผู้บริหาร 
จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จาก 
การอยู่ร่วมกันของคนหลายเชื้อชาติ ต่างศาสนา ในพื้นที่สีแดงที่ยังประสบกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ปัญหาความไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตของคนทุกเพศ ทุกวัยในพื้นที่เสี่ยงที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รวมถึงการขาดความรู้ความเข้าใจในด้านอื่น ๆ เช่น นโยบายของประเทศไทย ที่จะมีการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจากการศึกษา สังเกต และสอบถามพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ยังขาดความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เป็นสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งนอกเหนือจากภารกิจหลักในการผลิตกาลังคนด้านสุขภาพแล้ว วิทยาลัยยังมีพันธกิจที่สาคัญด้านอื่น ๆ ที่ต้องกระทาควบคู่กันไป ซึ่งได้แก่ การบริการวิชาการ และการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งวิทยาลัยให้ความสาคัญกับพันธกิจดังกล่าว โดยส่งเสริมการบูรณาความรู้ ด้วยการเชื่อมโยงการให้บริการวิชาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอน การทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม อันเป็นส่วนหนึ่งที่ทาให้เกิดเครือข่ายชุมชนโดยเฉพาะในสังคมพหุวัฒนธรรมที่ยังต้องการความเอาใจใส่ดูแลจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในด้านวิชาการและศิลปวัฒนธรรม ส่งผลให้วิทยาลัยฯ มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนและสังคมเพิ่มมากขึ้น สาหรับพันธกิจด้านการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งวิทยาลัยให้ความสาคัญ และมุ่งสร้างจิตสานึกและความตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นการแสดงถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นแก่นักศึกษา โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีศิลปวัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แสดงถึงเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นมรดกอันล้าค่าที่ควรได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน ส่งเสริมเผยแพร่เพื่อให้คงอยู่ไว้ ตามจุดเน้นของสถาบันอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล โดยบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน และการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตามวงจรคุณภาพ PDCA คือขั้นวางแผนการดาเนินงาน ขั้นลงมือปฏิบัติ ขั้นตรวจสอบ และขั้นนาไปใช้ ทาให้เกิดผลงานของกระบวนการ มี
การสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ตามความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพของบุคลากรในวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีการขยายผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบของการต่อยอดการศึกษาผ่านกระบวนการจิตอาสา และการบริการลงสู่ชุมชน และปรับใช้กับหน่วยงานอื่น การถอดบทเรียนในลักษณะของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนาการจัดการความรู้ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความร่วมมือของผู้มีส่วนร่วม เป็นความสาเร็จสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่ต่อไป 
2. ประวัติหน่วยงาน 
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สังกัดสถาบันพระบรมราชชนกสานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ทาหน้าที่ผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุข เพื่อตอบสนองระบบบริการสุขภาพ เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2509 เดิมชื่อ ศูนย์ฝึกและอบรมอนามัยภาคใต้ จังหวัดยะลา ต่อมาได้รับพระราชทานชื่อเป็น วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2537 โดยกลุ่มงานพัฒนานักศึกษา ทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานสังกัดกลุ่มกิจการนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เริ่มดาเนินการแยกจากจากกลุ่มพัฒนา และสวัสดิการนักศึกษาเดิม ก่อนแยกออกมาเป็นกลุ่มกิจการนักศึกษา ประกอบด้วยสายงานใหม่อีก 2 หน่วยงาน ได้แก่ กลุ่มงานสวัสดิการนักศึกษาศิษย์เก่าสัมพันธ์และกลุ่มงานพัฒนานักศึกษา ทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม เมื่อ เดือนพฤษภาคม 2554 ปัจจุบัน สานักงานตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารกิจการนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา 
3. กระบวนการ/วิธีดาเนินการในอดีต 
ปัญหา และสภาพการปฏิบัติงานเดิมก่อนที่จะริเริ่มการปรับปรุง พบว่าการดาเนินการด้านการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นพันธกิจหนึ่งของวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เดิมมีการดาเนินงานแบบแยกส่วนคือยังไม่มีการรวมตัวกันกาหนดจุดมุ่งหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการทางาน และการกาหนดยุทธศาสตร์ ด้านการทางาน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางต่าง ๆ ของประเทศ และยังไม่สอดคล้องกับบริบท สังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ การทางานยังคงจัดกระทาเพื่อตอบสนองนโยบายจากกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อตอบสนองเพียงระบบประกันคุณภาพการศึกษา ยังขาดการบูรณาการที่เหมาะสมกับพันธกิจอื่น ๆ ได้แก่ พันธกิจด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ ทาให้ประสบปัญหาการดาเนินงานซ้าซ้อน และไม่สอดคล้องกับกระแสสังคม โดยเฉพาะประเด็นสาคัญเกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งการจัดกระทาต่าง ๆ ยังไม่สอดคล้องและเข้าถึงสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลายทางด้านศาสนา วัฒนธรรม และภาษา 
กลุ่มที่มีความหลากหลายได้แก่ ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่มีการใช้ภาษาที่แตกต่างโดยการใช้ภาษายาวีในการดารงชีวิตทาให้ไม่สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสาธารณสุข อันเป็นความมุ่งหวังของวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นทางด้านการสร้างเสริมสุขภาพแก่ชุมชน ยังพบปัญหาสาธารณสุข
หลายปัญหา พบอัตราการตายและป่วยเป็นโรค จากการขาดความรู้ความเข้าใจของคนในพื้นที่ ประกอบกับความแตกต่างทางด้านความเชื่อ และการสื่อสารให้มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในการดาเนินงาน 
ประเด็นการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เป็นประเด็นสาคัญและเป็นการเตรียมตนเองสู่การดาเนินชีวิต และการรู้เท่าทันการพัฒนาสังคมในพื้นที่ แต่จากการดาเนินงาน ศึกษา ค้นคว้า และสอบถามพบว่า ประชาชนโดยเฉพาะที่ไม่สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้ จะขาดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในทุกส่วน การดาเนินงาน ยังไม่มีการตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ทาให้กิจกรรมโครงการหลายส่วนยังไม่ประสบความสาเร็จ ขาดการคลอบคลุม ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง รวมถึงยังประสบปัญหากับการทางานที่ซ้าซ้อน จากการขาดการพูดคุยและทาความเข้าใจในทิศทางการดาเนินงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 
4 แนวปฏิบัติที่ดี (วิธีการ/กระบวนการ/แนวทางการดาเนินงานตามหลัก PDCA) 
4.1 วัตถุประสงค์และกลยุทธ์การดาเนินงาน 
1) เพื่อพัฒนาระบบการดาเนินงาน พันธกิจการทานุบารุงศิลปะ และวัฒนธรรม 
2) เพื่อพัฒนานักศึกษา ให้มีความตระหนักถึงความสาคัญของประชาคมอาเซียน และมีทักษะ 
การบูรณาการการจัดการความรู้ ผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอน และการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม สู่ชุมชน 
3) เพื่อสร้างนวัตกรรม และชิ้นงานการถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพ และประชาคมอาเซียนสู่ 
ชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม 
4) เพื่อพัฒนาต่อยอดการดาเนินการลงในระดับชุมชน เป็นชุมชนพึ่งตนเองทางด้านสุขภาพ 
และก้าวทันสู่ประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน 
4.2 กระบวนการดาเนินงาน 
1) การประชุมกลุ่ม โดยจัดให้มีการเสวนากลุ่มเพื่อสารวจ และวิเคราะห์ตนเองโดยประยุกต์ 
จากหลักการของ SWOT Analysis ให้ทุกคนมีส่วนในการตอบแสดง แล้วนามาจัดทาข้อสรุป ดังนี้ 
(1) จุดเด่น คือ วิทยาลัยมีคณะอาจารย์ที่มีความหลากหลายทางวิชาชีพ ได้แก่ 

ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถจัดการการถ่ายทอดด้านความรู้ทางสุขภาพได้อย่างหลากหลาย รวมถึงมีคณาจารย์ที่มีความรู้ด้านสังคมและวัฒนธรรม ภาษา การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการทางานในพื้นที่ที่มีการทา MOU สามารถให้ความช่วยเหลือ ร่วมมือกับวิทยาลัย ในการร่วมกิจกรรมได้เป็นอย่างดี 
(2) จุดอ่อน คือ คณะดาเนินงานส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการ 

เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และยังไม่เห็นความสาคัญของการต้องดาเนินการโดยต้องกาหนดทิศทางร่วมกัน 
(3) โอกาส คือ คณะดาเนินงานส่วนใหญ่ รวมถึงนักศึกษาเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งเข้าใจบริบทของชุมชนเป็นอย่างดี สามารถสร้างการยอมรับจากชุมชนได้เป็นอย่างดี และยังได้รับการสนับสนุนจากผุ้บริหารเป็นอย่างดี 
(4) อุปสรรค คือ การดาเนินงานในพื้นที่ที่ขาดความปลอดภัย ทาให้อาจส่งผลต่อ 
ความไม่สะดวก และข้อจากัดในการดาเนินงาน 

การบูรณาการการจัดการความรู้ สู่ชุมชนและประชาคมอาเซียน


การประชุมสัมมนาเครือข่ายการจัดการความรู้ เรื่อง “การบูรณาการการจัดการความรู้ สู่ชุมชนและประชาคมอาเซียน”
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เชิญชวนร่วมโครงการประชุมสัมมนาเครือข่ายการจัดการความรู้ เรื่อง “การบูรณาการการจัดการความรู้ สู่ชุมชนและประชาคมอาเซียน” (Integration of Knowledge Management for Community and ASEAN Community) ระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2558 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา
ภายในงานฯ จัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการการจัดการความรู้สู่ชุมชน และประชาคมอาเซียน” / การจัดกิจกรรมการประกวดแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อชุมชน” ฯลฯ / การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติที่ดี เรื่อง “ผลการดำเนินงานในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน” ของชุมชน ฯลฯ / การจัดนิทรรศการแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “การบูรณาการการจัดการความรู้สู่ชุมชน และประชาคมอาเซียน” ฯลฯ และการแสดงผลงาน / สินค้าของชุมชนและนักศึกษาตลอดโครงการ
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานฯ ได้ในวัน และสถานที่ดังกล่าว หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โทร. 0-7431-7142 , โทรสาร. 0-7431-7142 หรือ E-mail:mutsv.km@gmail.com

ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มรส. ประชุมการจัดการความรู้

ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต
จัดประชุมการจัดการความรู้  อาคาร อาทิตย์ อุไรรัตน์ 1-705 วันที่ 14 พ.ค. 2557 9.30น. - 12.00 น. โดยมีผศ.ดร.นเรศ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นวิทยากร  ร่วมกับคณาจารย์และผู้บริหารจากคณะต่างๆเข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น


การคิดอย่างเป็นระบบและเทคนิคการแก้ปัญหา

ที่มา ดร.วรรณดี สุทธินรากร
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ความคิดเชิงระบบกับองค์การแห่งการเรียนรู้
๑. การคิดอย่างเป็นระบบ(System Thinking)
- คนในส่วนราชการสามารถมองเห็นวิธีคิดและภาษาที่ใช้อธิบาย พฤติกรรมความเป็นไป      ต่าง ๆ ถึงความเชื่อมโยงต่อเนื่องของสรรพสิ่งและเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์ผูกโยงกันเป็นระบบ        เป็นเครือข่ายด้วยสภาวะการพึ่งพาอาศัยกัน
- สามารถมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นวัฎจักรโดยนำมาบูรณาการเป็นความรู้ใหม่ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้อย่างมีประสิทธิผลสอดคล้องกับความเป็นไปในโลกแห่งความจริง
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖
หมวด ๓ มาตรา ๑๑
การคิดเชิงระบบ และความสัมพันธ์ของความคิดเชิงระบบเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ที่จะนำหน่วยงานไปสู้องค์การแห่งการเรียนรู้
ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมาการเรียนรู้ร่วมกัน
๒. มีแบบแผนความคิด(Mental Model) คือ การตระหนักถึงกรอบแนวคิดของตนเอง รูปแบบความคิด ความเชื่อที่มีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน และพยายามพัฒนารูปแบบความคิดความเชื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถที่จะบริหารปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของตน
๓. การสร้างพลังแห่งตน(Personal Masteryคือ การส่งเสริมให้คนในองค์การสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง โดยการจัดทำกลไกต่าง ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกของคนในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างหน่วยงาน ระบบสารสนเทศระบบการพัฒนาบุคคล หรือแม้แต่ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานประจำวัน
๔. การกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) คือ การกำหนดกรอบความคิดเกี่ยวกับสภาพในอนาคตของหน่วยงานที่ทุกคนในหน่วยงานมีความปรารถนาร่วมกัน ช่วยกันสร้างภาพอนาคตของหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ริเริ่มทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของคนในหน่วยงาน และให้การทำงานเป็นไปในทาง หรือกรอบแนวทางที่มุ่งไปสู้จุดเดียวกัน
๕. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learningคือ การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และทักษะวิธีคิดเพื่อพัฒนาภูมิปัญญาและศักยภาพของทีมงาน รวมทั้งการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันเป็นทีมด้วย
ระบบคืออะไร
-          ระบบคือความเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบเพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง
-          เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อนำเอาส่วนประกอบอันใดอันหนึ่งออกไปหรือเพิ่มส่วนประกอบอันอื่น
-          องค์ประกอบทุกส่วนทำงานประสานกัน
-          เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
คุณสมบัติของความคิดอย่างเป็นระบบ
-          การคิดแบบมีความเป็นองค์รวม (Holistic)
-          การคิดเป็นเครือข่าย (Networks)
-          คิดเป็นลำดับชั้น (Hierarchy)
-          คิดแบบมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน (Interaction) ระหว่างระบบด้วยกัน
-          คิดอย่างมีขอบเขต (Boundary)
-          คิดอย่างมีแบบแผน (Pattern)
-          คิดอย่างมีโครงสร้าง (System Structure)
-          คิดอย่างมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง (Adaptation)
-          คิดเป็นวงจรป้อนกลับ (Feedback-Loops)
การคิดเชิงระบบ
-          การคิดเชิงระบบคือ การคิดแบบให้เห็นทั้งหมด
-          ทั้งหมด คือ หนึ่งเดียว” ที่มีส่วนประกอบเหล่านั้นเชื่อมติดกันทั้งหมด
-          ความเชื่อมต่อ คือโครงสร้างของระบบ (Systemic Structure)
การคิดอย่างเป็นระบบหมายถึงอะไร
-          ทุก ๆ ส่วนต่างมีการเชื่อมต่อกันทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ย่อมมีผลกระทบเป็นลูกคลื่นไปยังส่วนต่าง ๆ ของระบบและย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
-          การคิดเป็นระบบหมายถึงการคิดในลักษณะที่เป็นวง (Loop) มากกว่าที่จะเป็นเส้นตรง
การทำงานของสมองเรา
-          สมองส่วนหน้าของคนเราจะทำงานเกี่ยวกับการเรียนรู้และการทรงจำ ชั้นบนสุดของสมองส่วนหน้าเรียกว่าซีรีบรัม (cerebrum) ซีรีบรัมแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ซีรีบรัมซีกซ้ายและซีรีบรัมซีกขวาซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน


โครงสร้างทางสมองของคนเรา
-          ซีรีบรัมซีกขวา จะรับผิดชอบการรับรู้ด้านอารมณ์ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การเห็นเป็นภาพความรัก ความเมตตา ลางสังหรณ์
-          ซีรีบรัมซีกซ้าย ทำหน้าที่ควบคุมการรับรู้ที่เป็นผล เป็นตรรกะ การวิเคราะห์ การจัดลำดับก่อนหลัง เป็นการคิดแบบใช้เหตุผล การเรียนรู้คณิตศาสตร์และภาษา
ทักษะการคิดที่มาสำคัญสำหรับผู้บริหาร
-          วิสัยทัศน์
-          ทักษะความคิด
-          ความคิดทางบวก
-          ความคิดริเริ่มพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ
-          การรับรู้สัญญาณได้เร็ว
-          การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร
-          การเห็นภาพรวม
-          การตัดสินใจการแก้ปัญหา
ทำอย่างไรจึงจะคิดอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นตรงไหนดี
-          ฝึกความคิดทางบวก การมองโลกในแง่บวก(Positive Thinking)
-          ฝึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
-          ฝึกใช้วิธีคิดในการแก้ไขปัญหาหลาย ๆ แบบ (Multi – Thinking Skill)
คิดบวกคืออะไร
-          ความคิดที่มุ่งสู่ความสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ต้องการความไม่ย่อท้อต่อปัญหาหรืออุปสรรค
-          การหาหนทางแก้ไขปัญหาโดยใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอย่างคุ้มค่าที่สุด
-          การไม่กลัวความล้มเหลว การกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้เมื่อล้มเหลว การเชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จ
การคิดหลาย ๆ แบบ
-          การคิดแบบริเริ่ม (Initiative Thinking)
-          การคิดแบบอย่างเป็นระบบ (System Thinking Thinking)
-          การคิดแบบสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
-          กาคิดแบบวิจารณญาณ (Critical Thinking)
-          การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking)
-          การคิดแบบบูรณาการ (Integrative Thinking)
-          การคิดแบบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Thinking)
-          การเชิงประยุกต์ใช้ (Application Thinking)
-          การคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis Thinking)
-          การคิดแบบแผนที่ (Mind Map Thinking)



คิดสร้างสรรค์คืออะไร
-          คือ ความสามารถคิดหาคำตอบใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิมหรือมีคำตอบมากมายให้กับแต่ละปัญหาโดย
-          ใช้วิธีคิดที่ไม่มีขอบเขตจำกัดเพื่อหาคำตอบสำหรับปัญหาหรือการพัฒนา
กิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
-          เล่นอย่างสร้างสรรค์
-          มีอารมณ์ดี
-          ทำตัวเป็นศิลปินให้มากขึ้น
-          หาเวลาอยู่คนเดียวบ้าง
-          กล้าที่จะแตกต่าง
-          จดบันทึก
ตัวอย่างเทคนิคแบบต่างๆ
-          ใช้รูปแบบความคิด Mind Set ให้เป็นประโยชน์
-          ใช้แผนภูมิก้างปลา
-          ทำแผนภูมิความคิด Mind Map
-          ใช้คำถาม ๕  h
-          เปลี่ยนมุมมองปัญหา
-          อย่ายึดติดกับขอบเขตปัญหา
-          ฝึกคิดเชิงยุทธศาสตร์ SWOT BSC ฯลฯ
ขั้นตอนในการประสานพลังสมองเพื่อความคิดสร้างสรรค์
-          ขั้นกลเก็บรวบรวมข้อมูล
-          ขั้นบ่มความคิด
-          ขั้นพิชิตคำตอบ
-          ขั้นตรวจสอบ
วิธีถาม ๗ ข้อ (วิธีถามแบบ 5W2H)
๑.      เป้าหมาย What กำลังทำอะไรอยู่ ทำไมจึงทำแบบนี้
๒.      ทำไม Why ทำไมงานนั้นจึงต้องทำ ควรต้องทำหรือ
๓.      สถานที่ Where ทำไมที่นั่น ที่อื่น ๆ ไม่ได้หรือ
๔.      ลำดับขั้น When ทำเมื่อไร ทำขั้นตอนนั้น
๕.      คน Who ใครเป็นผู้ทำ ทำไมจึงเป็นคนนั้น
๖.      วิธีการ How ทำอย่างไร มีวิธีการอื่น ๆ ที่ดีกว่าหรือไม่
๗.      ค่าใช้จ่าย How Much ใช้งบประมาณเท่าไร

การใช้ ๕  h
-          ใช้ ๕  h พิจารณาสถานการณ์
-          เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อ..........
-          ใช้คำถาม ๕  h
-          นำทุกคำตอบมาตรวจสอบและใช้เป็นตัวกระตุ้น
-          เลือกปัญหารอง ๆ ที่สะท้อนถึงปัญหาหลักที่ดีที่สุด
กระบวนการ PDCA
-          วางแผน (Planning) คือ การนิยามปัญหา การวิเคราะห์ปัญหา การระบุสาเหตุของปัญหา การแก้ไขปัญหา
-          การทำ (Doing) คือ การนำแผนไปประยุกต์ใช้
-          การตรวจสอบ (Checking) คือ การยืนยันผลที่ได้จากการนำแผนไปปฏิบัติ
-          การปฏิบัติการ (Action) คือ การกำหนดมาตรฐานของผลงานที่ต้องการ
เทคนิคการวางแผนเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา
-           แผนกลยุทธ์ SWOT
-          ZOPP
-          BSC
-          การบริหารความเสี่ยง
วงจรการบริหาร
-          การบริหารคือการตั้งเป้าหมายและพยายามเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นตลอดเวลาโดยใช้หลัก
T P D C A
-          T:  TARGET
-          P:  PLAN
-          D:  DO
-          C:  CKECK
-          A:  ACTION
คุณสมบัติที่เอื้อต่อการคิด
-          ใจกว้างและมีใจเป็นธรรม
-          กระตือรือร้นใฝ่เรียนรู้
-          ช่างวิเคราะห์และบูรณาการ
-          มุ่งมั่นสู้ความสำเร็จ
-          มีมนุษย์สัมพันธ์น่ารักน่าคบ


คุณค่าการคิด
-          บริหารวิธีการดีขึ้น
-          ปรับปรุงระบบงานดีขึ้น
-          พัฒนาสร้างวัตกรรมใหม่
-          สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
เมื่อระบบเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่ง
-          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ส่วนประกอบหนึ่ง ย่อมเป็นแรงส่งอิทธิพล ทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น และส่งอิธิพลย้อนกลับมาที่จุดเดิมอีก
ความมั่นคงของระบบ (Systems Stability)
-          อยู่กับคุณภาพของการเชื่อมต่อระหว่างส่วนประกอบทั้งหลายของระบบ
-          ทุกส่วนประกอบมีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นพึงระลึกเสมอว่า
ตัวเองมีส่วนช่วย หรือไม่ก็เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์นั้นๆ
รูปแบบพฤติกรรมของระบบ
-          เมื่อเราเห็น โครงสร้างของระบบ”  เราจะมองเห็น รูปแบบ พฤติกรรมของระบบ” เราสามารถมองเห็นวิธีเปลี่ยนแปลงระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
กระบวนการย้อนหลัง (Feedback Process)
-          กระบวนการย้อนกลับ เกิดจากการทำงานของ พลังความเคลื่อนไหวของระบบ(Systemic Dynamics)” หรือ พลัง ความเคลื่อนไหวของโครงสร้าง (Structural Dynamics)
A Shift of Mind
-          การกลับใจ คือ หัวใจขององค์การที่เรียนรู้
-          กลับใจจากการเห็นตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้องโลก เป็นการเห็นว่าตัวเอง เชื่อมติดกับโลก และเป็นส่วนหนึ่งของโลก
-          กลับใจจากเคยมองว่าปัญหาเกิดจาก คนอื่น หรือสิ่งอื่นนอกตัว” เป็นการมองเห็นว่า ตัวเราเองก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราเผชิญอยู่
-          เลิกจากการมองว่า มนุษย์เป็นตู้ตามแก้ปัญหา” หันมามองว่า มนุษย์ จะก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ได้
ต้นแบบระบบ
-          คือ รูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นเสมือนกุญแจสำหรับการเรียนรู้ เพื่อให้เห็นโครงสร้างของระบบการเห็นโครงสร้างของระบบ จะช่วยให้เห็นพลังคานงัด

A shift of mind
-          มนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์อนาคตที่ดีได้ด้วยตัวของมนุษย์เอง
-          เลิกมองเห็นแต่เพียงส่วนประกอบของระบบ แล้วหันไปมองให้เห็นความสัมพันธ์ของกันและกัน หรือความเชื่อมโยงของส่วนประกอบ
-          เลิกมองเห็นว่าเหตุและผลสัมพันธ์กันเป็นเส้นตรง แล้วหันไปมองให้เห็นว่า เหตุและผลสัมพันธ์กันและกันเป็นวงรอบ
-          เลิกมองแต่เฉพาะเหตุการณ์(Events) แล้วหันไปมองเห็นรูปแบบ พฤติกรรม และการเปลี่ยนแปลงของระบบด้วย